เมื่อกี้ก่อนอัพบล็อกมีเพื่อนจากสมัยเรียน ปวช. มาทัก

พร้อมถามว่าแมวเปอร์เซียราคาตกอยู่ที่ตัวละเท่าไหร่

หาหมอบ่อยไม๊ ค่ารักษาตัวครั้งนึงมันเท่าไหร่ ฯลฯ

 

 

ไม่ได้ว่าหรอกนะ...แต่ว่า

 

 

 

"คิดดีหรือยังที่อยากจะเลี้ยงสัตว์สักตัวนึง?"

 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นหมาเป็นแมว กระรงกระรอก กระต่าย 

หรือแม้แต่สัตว์ที่น่ากลัวอย่างงู อีกัวน่า ฯลฯ อะไรแบบนั้น

อีตอนเล็กๆ เป็นลูกหมา ลูกแมว ก็น่ารักดี

แต่พอมันป่วยบ่อย  หมดความน่ารัก

ฟันฟางหัก หรือแม้แต่ต้องเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวกันเมื่อยามแก่เฒ่า

คุณทนไหวหรือเปล่า

 คุณมีเวลาพอที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวมาอุทิศให้สัตว์เลี้ยงของคุณหรือเปล่า?

 

 

เคยด่าน้องไปคนนึงที่คิดจะเลี้ยงลูกหมา ที่เค้าขายตามตลาดนัด

มันบอกว่า มันชอบน้องหมามาก...

พอถามถึงบุคคลรอบข้างว่าให้เลี้ยงรึเปล่า

บอกว่า อีตัวผัวน้องคนนี้ไม่ชอบหมา 

และเหี้ยจัดถึงกระทั่งว่า ทะเลาะกันเพราะเรื่องเี้ลี้ยงหมา

สุดท้ายอีตัวผัว(ผู้?) ก็เลยใช้วิธีบีบคอน้องคนนี้

เป็นการระบายอารมณ์ข้อหาขัดขืนคำสั่งผัว

แล้วไอ้น้องคนนี้ก็ยื่นคอให้ดูหลักฐาน

ชิบหาย...สิบนิ้วเห็นชัดเจนมาก

 

 

 

โอ่ยยย...ไอ้ที่มึงจะทะเลาะกัน กูไม่ยุ่งหรอก

จิ๋มก็จิ๋มมึง กระปู๋ก็กระปู๋มึง กูไม่เกี่ยว

แต่ว่า กูสงสารหมาว่ะ ถ้าเกิดมึงดื้อซื้อไปเลี้ยงน่ะ

ยิ่งอีตัวผัวไม่ชอบ เกิดวันดีคืนดี โมโหเหี้ยอะไรมา

ไม่มาเตะหมาแย่เหรอ -*-

 

 

 

ข้อคิดก่อนตัดสินใจที่จะเลี้ยงสัึตว์อะไรสักตัว?

 

1. กำลังทรัพย์ 

มีกำลังทรัพย์พอที่จะจ่ายทั้งค่าอาหาร ค่ายา

และค่าโน่นค่านี่อีกจิปาถะ บ้านไหนที่เีลี้ยงให้สัตว์ให้กินข้าว

ก็สบายไป ไม่่ค่อยเปลืองมาก  แต่บ้านไหนมันกินอาหารสัตว์

โดยเฉพาะล่ะ....? เดือนนึงๆ อ่ะ ไม่ใช่น้อยนะ

 

 

2. เวลา

มีเวลาพอที่จะพามันไปเดินเล่นไม๊ 

มีเวลาที่จะเล่นกับรึเปล่า

มีเวลาที่จะอาบน้ำ

มีเวลาที่จะคลอเคลียอยู่ด้วยกันบ้างไม๊

มีเวลาพอที่จะพาเค้าไปพบสัตวแพทย์เมื่อเค้าป่วยไม๊

ฯลฯ

 

3. ความรับผิดชอบ

ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดี

ไม่ไปรบกวนคนอื่น

รวมถึงที่อยู่อาศัย ความสะอาด กลิ่น

รวมถึงเวลามันหมดความน่ารัก

ซนจัด กินเก่ง ...

โอ้ยยย..และอีกมากมายอ่ะ

ถ้าคิดว่าภาระมันเยอะแยะ ก็อย่าเลยค่ะ 

สงสารสัตว์ตัวนั้น

 

 

4. คนรอบข้าง / ครอบครัว

อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกที่เล่าน่ะ

ทะเลาะกันถึงขั้นบีบคอกัน

ขอยกตัวอย่างตัวเอง ตอนที่เอามารีอากับบี๋กลับบ้าน

ด้วยความที่ว่า พ่อ น้อง เป็นภูมิแพ้ทั้งคู่

ส่วนแม่นี่รักความสะอาดอย่างยิ่งยวด

ไม่ชอบให้มีขนหรือเศษสิ่งสกปรกติดอยู่บ้าน

ไม่ชอบกลิ่นฉี่และอึแมว ทำให้มารีอากับบี๋อยู่กันลำบากมาก

ถึงแม้จะอยู่ในบ้านก็เถอะ

ช่วงนั้นน้ำตาร่วงแทบทุกวัน

เพราะเหมือนเอาลูกตัวเองมาทรมาน

แม่ก็เครียดเพราะเค้าไม่ชอบ

พ่อกับน้องก็จามกันทุกวัน

กูคนกลาง....รักทั้งลูกและรักครอบครัวตัวเอง

มันกดดันนะ....

อยากให้มารีอาคลอดลูกที่นี่เพราะจะได้ไม่กระเทือนตอนเดินทาง

แต่..ดูๆ แล้ว กลัวมารีอาจะคลอดก่อนกำหนด เพราะความเครียด

ก็เลยตัดสินใจ และ ตัดใจ ให้คนอื่นไปเลี้ยง

บอกตรงๆ ว่ามันเจ็บมากนะ

(พิมพ์ถึงตอนนี้แล้วน้ำตาร่วง)

รู้สึกเหมือนเ็ป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ

พอเลี้ยงไม่ได้ ก็โยนให้คนอื่นเลี้ยง

ลูกที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี บี๋เนี่ยอยู่ด้วยกันมา 4-5 ปี

ส่วนมารีอา ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ปีกว่าๆ แต่ก็รักมันมากๆ

อยากเลี้ยงให้สองตัวนี้หมดอายุขัยด้วยตัวเอง

แต่เพื่อตัวของบี๋และมารีอานั่นล่ะ เพราะอยู่บ้านนี้

ไม่มีความสุข ต้องหลบๆซ่อนๆ ไม่ค่อยกินข้าว

อยากให้เค้ากินอิ่ม นอนหลับ มีที่เดินเล่น

มีคนที่รักเค้า ชอบเค้า รายล้อม

และสามารถเลี้ยงเค้าได้ไปตลอดรอดฝั่ง

ก็เลยต้องตัดสินใจทำอย่างนั้น

ถึงตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ว่าตัวเองไม่น่าเอาพวกเค้ามาเลี้ยง

จะได้ไม่ต้องระหกระเิหิน ร่อนเร่ เปลี่ยนเจ้าของเป็นว่าเล่น

คิดแล้วก็...เฮ้อ...

 

 

 

คิดให้ดี คิดให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจจะทำอะไรลงไป

อย่าเห็นแก่ความสุข และความพอใจของตัวเอง

จนลืมนึกสิ่งมีชีวิตอีกตัวนึง

ที่เค้าเห็นเป็นเพื่อน เป็นเจ้านาย 

เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งในสายตาของพวกเค้า

เวลาเค้ามองเรา เค้ามองเราด้วยความรักอย่างท่วมท้นล้นปรี่

ถ้าเค้ามีมือ และพูดได้ เค้าก็คงกอดเราได้ พูดคำว่ารักกับเราทุกวัน

จงรักและทะนุถนอมเค้าให้มากๆ 

เค้าก็มีชีวิตเหมือนกัน มีจิตใจเหมือนกันนะคะ